12 จุดชมวิวหมอกหน้าฝน-หน้าหนาว บรรยากาศสุดโรแมนติกที่ต้องไปสักครั้ง

ตารางเนื้อหา

เมื่อความเย็นของสายลมเริ่มพัดผ่าน หรือหยาดฝนโปรยปรายลงมาเติมความสดชื่น คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ออกเดินทางไปสูดอากาศบริสุทธิ์ และเปิดรับอ้อมกอดของธรรมชาติยามเช้า เสน่ห์ของ “ทะเลหมอก” ทั้งในฤดูฝนที่เขียวขจีและฤดูหนาวอันแสนอบอุ่น คือความงดงามที่ใครเห็นก็ต้องหลงใหล หากคุณกำลังมองหาพิกัดฮีลใจและจุดถ่ายรูปสวยๆ painaikandee เราได้รวบรวม 12 จุดชมวิวหมอกหน้าฝน-หน้าหนาว มาแนะนำกันแล้ว เตรียมแพ็กกระเป๋าเดินทางกันได้เลย

ทะเลหมอก แหล่งท่องเที่ยวสุดฟิน 

ยามเช้าที่ไอหมอกสีขาวหนานุ่มค่อยๆ เคลื่อนตัวปกคลุมยอดเขา เป็นช่วงเวลาที่ “ทะเลหมอก” เปลี่ยนผืนป่าให้กลายเป็นสวรรค์บนดินได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความงดงามของแสงอาทิตย์แรกที่ส่องกระทบสายหมอก ผสานกับลมหนาวพัดผ่านเบาๆ สร้างบรรยากาศสุดโรแมนติกที่ช่วยปลอบประโลมความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

การได้ตื่นมาจิบกาแฟอุ่นๆ นั่งมองวิวพาโนรามาอันกว้างไกล และสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด คือเสน่ห์ที่ทำให้ทะเลหมอกเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฟินในใจของใครหลายคน ไม่ว่าจะมาพักผ่อนกับคนรัก หรือเดินทางมาเติมพลังชีวิต ให้ธรรมชาติช่วยฮีลใจและสร้างความประทับใจที่ไม่เคยลืม

คำแนะนำการไปเที่ยวทะเลหมอก

ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยว จุดชมวิวหมอก หน้าหนาว เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝาก มาดูกันเลย

  • การชมทะเลหมอกไม่ได้ตื่นตอนไหนก็ได้ แต่มีช่วงเวลาจำกัดเพียงไม่กี่ชั่วโมง การไปถึงจุดชมวิวตั้งแต่ช่วง 05.30 – 07.30 น. จะทำให้คุณได้เห็นวินาทีที่พระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นทิวเขา ส่องแสงกระทบผืนหมอกสีขาวแน่นหนา ยิ่งไปเร็วเท่าไหร่ คุณยิ่งมีเวลาเลือกจับจองมุมถ่ายรูปสวยๆ มากขึ้น
  • ยอดดอยหรือจุดชมวิวหมอกสูงๆ ในช่วงเช้ามืด อุณหภูมิมักจะลดต่ำลงอย่างรวดเร็วและมีลมพัดตลอดเวลา การแต่งกายควรเน้น เสื้อผ้าแบบ Layering (สวมหลายชั้น) โดยชั้นนอกสุดควรเป็นเสื้อที่กันลมและกันความชื้นจากหยดน้ำค้างได้ดี เช่น เสื้อแจ็กเก็ตกันลม ส่วนชั้นในเน้นความอบอุ่น พร้อมเตรียมหมวกไหมพรม หรือผ้าพันคอไปด้วย 
  • การเดินทางไปชมทะเลหมอกมักต้องขับรถขึ้นทางลาดชัน โค้งแคบ และเส้นทางเขา ควรตรวจเช็กระบบเบรก น้ำมันเบรก ดอกยาง และกำลังเครื่องยนต์ให้พร้อม 100% รวมถึงระบบไฟส่องสว่าง โดยเฉพาะ ไฟหน้าและไฟตัดหมอก ที่ต้องใช้งานได้ดีเพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์ในการมองเห็นท่ามกลางหมอกหนา
  • จุดชมวิวบางแห่ง เช่น ดอยตาปัง หรือ ภูชี้ฟ้า บางช่วงมีเส้นทางเป็นดินแดง แคบ และชันมาก รถเก๋งหรือรถขับเคลื่อน 2 ล้อทั่วไปอาจไม่สามารถขึ้นได้ หรืออาจเกิดอันตราย ควรศึกษาข้อมูลล่วงหน้าว่าจำเป็นต้องใช้ รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) หรือต้องจองบริการ รถท้องถิ่น (เช่น รถกระบะชาวบ้าน) หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยและไม่เสียเวลา
  • เมื่อต้องขับรถลุยเข้าดงหมอก ให้เปิด ไฟต่ำ (Low Beam) หรือ ไฟตัดหมอก เท่านั้น ห้ามเปิดไฟสูง (High Beam) เด็ดขาด เพราะแสงไฟสูงจะสะท้อนก้อนหมอกสีขาวกลับเข้าตาผู้ขับ ทำให้มองไม่เห็นทาง และหลีกเลี่ยงการเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับขี่ ให้ใช้วิธีเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า ทิ้งระยะเบรก และใช้สัญญาณเสียง (แตร) ในช่วงโค้งอับสายตาแทน

รวมพิกัด 12 จุดชมวิวหมอก คัดมาให้แล้วว่าเด็ดจริง

พร้อมหรือยังที่จะไปพบกับความงดงามของหมอกหนา เตรียมเก็บกระเป๋าและไปลุยกับ 12 จุดชมวิวหมอกเหล่านี้กันเลย เราคัดสรรเด็ดๆ มาให้คุณโดยเฉพาะ รับรองว่าไปแล้วจะต้องติดใจ มาดูสิว่ามีที่ไหนบ้าง

1.จุดชมวิวโมโกจูน้อย จังหวัดกำแพงเพชร

โมโกจูน้อย ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ถือเป็นพิกัดชมหมอกที่เดินทางสะดวก ไม่ต้องเดินป่าไกลเหมือนยอดเขาโมโกจู จุดเด่นคือเนินเขาหญ้าสีเขียวรูปร่างคล้ายหลังอูฐ ซึ่งตั้งตระหง่านริมถนนสายคลองลาน-อุ้มผาง

ในช่วงเช้าตรู่หรือหลังฝนตก บรรยากาศบริเวณนี้จะถูกปกคลุมด้วยสายหมอกลอยต่ำคลอเคลียตามทิวเขาอย่างสวยงาม สามารถขับรถยนต์ขึ้นไปจอดริมทางแล้วเดินถ่ายรูปกับวิวพาโนรามาได้ง่ายๆ เป็นจุดแวะพักสายตาและชมทะเลหมอกสุดฟินที่ไม่ควรมองข้าม

2.อุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก

อุทยานแห่งชาติแม่เมย ตั้งอยู่ในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของสายล่าทะเลหมอก เพราะมีจุดชมวิวหมอกสวยงามหลายจุดต่อเนื่องกันตามแนวทิวเขาถนนธงชัย

ไฮไลต์สำคัญคือการชมทะเลหมอกยามเช้าที่มีความหนาแน่นและฟูแน่น ลอยคลอเคลียทิวเขาสลับซับซ้อนตามจุดชมวิวชื่อดัง เช่น ม่อนครูบาโบ โค้งอุ้งหมอก และม่อนพูนพินิจ โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวและฤดูหนาว บรรยากาศจะเย็นสบาย เหมาะแก่การกางเต็นท์นอนดูดาวแล้วตื่นมาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ พร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือผืนหมอกขาวเนียนตา

3.อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ตั้งครอบคลุมพื้นที่อำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีผืนป่าสมบูรณ์และสภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่อุณหภูมิอาจลดต่ำลงอย่างมาก

ไฮไลต์สำหรับการชมทะเลหมอกและแสงแรกของวันคือ จุดชมวิวหมอก เขาค้อ ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีชื่อเสียงมาก ในช่วงเช้าตรู่จะมองเห็นสายหมอกหนานุ่มลอยปกคลุมผืนป่าสนและทิวเขาสลับซับซ้อนอย่างงดงาม เหมาะแก่การกางเต็นท์พักผ่อน สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสความเงียบสงบของธรรมชาติอย่างแท้จริง

4.ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปางอุ๋ง หรือโครงการพระราชดำริปางตอง 2 ตั้งอยู่ที่ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับฉายาว่า “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” ด้วยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูงที่ล้อมรอบด้วยทิวต้นสนสูงใหญ่และอ่างเก็บน้ำกว้างไกล

ไฮไลต์สำคัญคือในช่วงเช้าตรู่ของฤดูหนาว ผิวน้ำอันสงบนิ่งจะมีไอหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามเช้า สร้างบรรยากาศที่สวยงามและโรแมนติกอย่างยิ่ง กิจกรรมยอดฮิตคือการนั่งแพไม้ไผ่ชมสายหมอกกลางน้ำ ชมหงส์ขาวและหงส์ดำที่ว่ายน้ำเคลียคลอ รวมถึงการตั้งแคมป์กางเต็นท์ใต้ร่มเงาต้นสนเพื่อสัมผัสอากาศหนาวเย็นบริสุทธิ์

5.แก่งก้อ จังหวัดลำพูน

แก่งก้อ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นจุดชมวิวและสถานที่พักผ่อนริมแม่น้ำปิงอันกว้างใหญ่ที่มีทัศนียภาพของเรือนแพ ทิวเขา และผืนน้ำที่สงบนิ่งสวยงามแปลกตา

ในช่วงเช้าตรู่ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว ผิวน้ำกว้างใหญ่จะถูกปกคลุมด้วยสายหมอกบางๆ ลอยคลอเคลียตามแนวภูเขาและเรือนแพเหล็ก สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและโรแมนติกอย่างมาก นักท่องเที่ยวนิยมล่องเรือชมทัศนียภาพ นั่งแพพักผ่อน ส่องนก และสัมผัสความสมบูรณ์ของธรรมชาติ เป็นจุดชมวิวหมอก หน้าหนาวที่ไม่ควรพลาดของจังหวัดลำพูน

6.ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

ดอยอ่างขาง ตั้งอยู่ในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจุดชมทะเลหมอก เชียงใหม่ ที่มีชื่อเสียงด้านอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และเป็นที่ตั้งของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางอันสวยงาม ล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อนและแปลงดอกไม้เมืองหนาว

ไฮไลต์ชมหมอกอยู่ที่จุดชมวิวม่อนสนและจุดชมวิวซุยถัง ในช่วงเช้าตรู่ของฤดูหนาว ทะเลหมอกจะลอยฟูกระจายแน่นเต็มแอ่งหุบเขา สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าอย่างอบอุ่นและตระการตา นักท่องเที่ยวนิยมมากางเต็นท์สัมผัสความเย็น จิบชาอุ่นๆ ชมแปลงบ๊วยและต้นพญาเสือโคร่งที่กิ่งก้านเบ่งบานคลอเคลียไปกับสายหมอกขาว

7.อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ครอบคลุมพื้นที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ขึ้นชื่อเรื่องความสมบูรณ์ของป่าดิบภูเขาและทุ่งดอกไม้ป่าบนลานสนสามใบที่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,600 เมตร

จุดเด่นของการชมหมอกที่นี่คือ ลานสนภูสอยดาว ในช่วงฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว สายหมอกขาวนวลจะลอยวนลอยต่ำผ่านป่าสนและทุ่งดอกหงอนไก่เสืออย่างต่อเนื่อง สร้างบรรยากาศลึกลับและสวยงามตระการตา แม้การเดินทางจะต้องเดินเท้าพิสูจน์แรงกายขึ้นเนินชันหลายกิโลเมตร แต่การได้สัมผัสทะเลหมอกยามเช้าและอากาศบริสุทธิ์บริสุทธิ์บนยอดดอยก็นับว่าคุ้มค่ามาก

8.ภูลมโล จังหวัดเลย

ภูลมโล ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับประเทศในฐานะดินแดนแห่งสีชมพู ด้วยพื้นที่ปลูกต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือ “ซากุระเมืองไทย” กว้างใหญ่กว่า 1,200 ไร่

ในช่วงฤดูหนาว (ประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) นอกจากหุบเขาจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูสวยงามแล้ว ในช่วงเช้าตรู่ยังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่อลังการไม่แพ้ใคร สายหมอกขาวนวลจะลอยคลอเคลียตามทิวเขา ตัดกับสีชมพูหวานของดอกไม้และแสงอาทิตย์ยามเช้า สร้างบรรยากาศสุดโรแมนติกที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสอากาศหนาวและถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก

9.จุดชมวิวหยุนไหล จังหวัดแม่ฮ่องสอน

จุดชมวิวหยุนไหล ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสันติชล อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจุดชมวิวหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากของเมืองปาย ด้วยความสูงและทำเลที่มองเห็นทัศนียภาพเมืองปายได้แบบพาโนรามา 360 องศา

ไฮไลต์คือการนั่งจิบชาร้อนคู่กับหมั่นโถวทอดร้อนๆ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น พร้อมมองสายหมอกขาวนวลลอยปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาและหลังคาบ้านเรือนเบื้องล่าง มีมุมถ่ายรูปสวยๆ อย่างจุดแขวนป้ายขอพรและลานระเบียงชมวิว นับเป็นจุดเช็กอินยามเช้าที่เดินทางสะดวกและบรรยากาศโรแมนติกอย่างยิ่ง

10.จุดชมวิวดอยตาปัง จังหวัดชุมพร

จุดชมวิวดอยตาปัง ตั้งอยู่ในตำบลเขาทะลุ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกภาคใต้ที่มีชื่อเสียงและเอกลักษณ์โดดเด่น ด้วยทัศนียภาพของภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา โดยเฉพาะ เขาทะลุ ซึ่งเป็นภูเขาที่มีรูทะลุตรงกลางตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าและสวนกาแฟ

ในช่วงเช้าตรู่ของทุกฤดูกาล (โดยเฉพาะหลังฝนตก) สายหมอกหนาแน่นจะลอยคลอเคลียเต็มหุบเขาและลอดผ่านช่องเขาทะลุอย่างอลังการ สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นผ่านช่องเขาได้อย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นมานั่งจิบกาแฟเขาทะลุร้อนๆ พร้อมสัมผัสอากาศเย็นสบาย นับเป็นสวรรค์ของคนรักการถ่ายภาพและชมธรรมชาติของเมืองชุมพร

11.ภูเรือ จังหวัดเลย

อุทยานแห่งชาติภูเรือ ตั้งอยู่ในอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวรับลมหนาวที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย ด้วยลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูง มียอดผาชะโงกยื่นออกมาคล้ายเรือสําราญลําใหญ่ และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี

ไฮไลต์เด็ดคือการขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้าตรู่บนยอดภูเรือ ซึ่งมีความสูง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเล มองเห็นสายหมอกขาวฟูนุ่มปกคลุมสลับซับซ้อนตามทิวเขาและผืนป่าอันสมบูรณ์ พร้อมสัมผัสอากาศหนาวจับใจและแปลงดอกไม้เมืองหนาวที่เบ่งบานสวยงามตลอดทาง

12.ภูลังกา จังหวัดพะเยา

ที่ทำการวนอุทยานภูลังกา ตั้งอยู่ในตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา เป็นหนึ่งในจุดชมวิวหมอกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสวยงามที่สุดในภาคเหนือ ด้วยทัศนียภาพของแอ่งกระทะและยอดเขาหินปูนปุ่มป่ำที่โผล่พ้นสายหมอกขาวฟูนุ่ม ยามเช้าตรู่เมื่อแสงอาทิตย์กระทบผ่าเมฆหมอกจะเกิดเป็นภาพทิวทัศน์ที่งดงามราวดินแดนในเทพนิยาย

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการไปนั่งจิบกาแฟที่ร้านกาแฟหรือจุดชมวิวบริเวณผาช้างน้อย ซึ่งสามารถมองเห็น ผาแอ่น และหุบเขาเบื้องล่างได้อย่างชัดเจนแบบ 180 องศา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาพักผ่อน กางเต็นท์ รับลมหนาว และถ่ายภาพทะเลหมอกอันวิจิตรตระการตา

บทสรุป

ใครที่ชอบบรรยากาศยามเช้าที่เต็มไปด้วยสายหมอก ต้องไม่พลาด จุดชมวิวหมอกที่เรานำมาแนะนำ บอกเลยว่างดงามมาก คุณจะได้สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ และถ่ายรูปสวยๆ ไปลงโซเชียลอย่างจุใจอีกด้วย เอาเป็นว่าลองไปดูสักครั้งแล้วจะไม่ผิดหวัง