อยากไปเที่ยว แต่ไม่อยากควักกระเป๋าเติมน้ำมันรถ แถมวันลาก็น้อยอีก ขอแนะนำนี่เลย 10 เส้นทาง นั่งรถไฟเที่ยว สุดชิล ให้คุณเดินทางท่องเที่ยวได้แบบประหยัด ไปเช้าเย็นกลับ แม้มีเวลาน้อยก็ไปเที่ยวผ่อนคลายได้อย่างสบายใจ ซึ่งแต่ละสถานที่ที่ painaikandee รวบรวมมา บอกเลยว่าไม่ธรรมดาแน่นอน ฮีลใจได้ดีสุดๆ อยากรู้แล้วใช่ไหมว่ามีที่ไหนบ้าง ดังนั้นเราไปดูกันเลย
นั่งรถไฟเที่ยว เทรนด์มาแรง ประหยัดน้ำมันสุดๆ
ต้องบอกเลยว่ายุคนี้ กระแสนั่งรถไฟเที่ยวกำลังติดเทรนด์มาก เพราะตอบโจทย์ได้ดีไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน การได้สัมผัสบรรยากาศใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นกว่าเดิม และไม่ต้องใช้เวลาเยอะ ถึงจะมีวันหยุดน้อยก็เที่ยวได้ นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกเพียบ มาดูสิว่าน่าสนใจอย่างไร
- มีหลากหลายเส้นทาง เลือกสถานที่เที่ยวได้แบบจัดเต็ม เตรียมพร้อมสัมผัสความสนุกได้เลย
- ค่าตั๋วรถไฟถูกมาก นั่งรถไฟเที่ยว งบน้อย ประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะ
- ไม่ต้องเจอปัญหารถติด และไม่ต้องกังวลว่าจะหลงทางอีกด้วย
- มีวิวข้างทางสวยๆ ให้ชมตลอดทาง เรียกได้ว่าได้เที่ยวตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นรถไฟเลยทีเดียว
- ของกินบนรถไฟมีเพียบ มีพ่อค้า แม่ค้า เดินขายตลอด บอกเลยว่าไม่มีอด
10 เส้นทาง นั่งรถไฟเที่ยว บอกเลยห้ามพลาด
มาดูกันเลยว่าการเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟ จะมีเส้นทางไหนที่น่าสนใจบ้าง ขอบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะแต่ละพิกัดที่เราเลือกมาล้วนน่าสนใจทั้งนั้น หากได้ลองไปสักครั้งจะต้องติดใจแน่นอน

1.เส้นทางกรุงเทพ-น้ำตก
ใครที่อยากไป เที่ยวกรุงเทพ-น้ำตก ขอแนะนำเส้นทาง นั่งรถไฟเที่ยว วันเดียว ไปกลับระหว่างกรุงเทพ นครปฐม และกาญจนบุรี โดยมีรถไฟขบวนพิเศษนำเที่ยว 909/910 ที่ให้บริการเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ เท่านั้น คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น องค์พระปฐมเจดีย์ นครปฐม สะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือถ้ำกระแซ และจบทริปที่น้ำตก ไปเล่นน้ำให้เย็นชุ่มฉ่ำกันเลย นอกจากนี้ยังมีทริปสั้นรถไฟสายมรณะที่น่าหวาดเสียวและเร้าใจอีกด้วย ลองไปเที่ยวดูสักครั้งแล้วจะติดใจ

2.เส้นทางกรุงเทพ – สวนสนประดิพัทธ์
หลบหนีความวุ่นวายในเมืองกรุง แล้วออกเดินทางไปรับลมทะเลชิลๆ กับทริปส่งท้ายสัปดาห์ด้วยรถไฟนำเที่ยวขบวนพิเศษ เส้นทางกรุงเทพ – สวนสนประดิพัทธ์ ชวนคุณมาสัมผัสเสน่ห์การเดินทางสุดคลาสสิกที่เริ่มออกสตาร์ทตั้งแต่เช้าตรู่จากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ นั่งปล่อยใจไปกับทิวทัศน์สองข้างทางจนกระทั่งขบวนรถจอดเทียบชานชาลาหน้าหาดในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ที่นี่คุณจะได้ก้าวขาลงมาเจอหาดทรายขาวและทิวสนร่มรื่นทันที มีเวลาพักผ่อน เล่นน้ำทะเล หรือลิ้มรสซีฟู้ดสดๆ ริมชายหาดอย่างเต็มอิ่มกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนที่ขบวนรถไฟจะพาคุณแวะเช็กอินซื้อของฝากที่สถานีหัวหินในขากลับ

3.กรุงเทพ – โคกสลุง – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
เปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสความโรแมนติกเหนือน่านน้ำกับทริปฤดูหนาวสุด Unseen เส้นทางรถไฟลอยน้ำ “กรุงเทพ – โคกสลุง – เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์” ขบวนรถไฟนำเที่ยวพิเศษที่จะพาคุณออกเดินทางจากเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่ความกว้างใหญ่ของผืนน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไฮไลท์สำคัญคือช่วงเวลาที่ขบวนรถแล่นฉิวอยู่บนสะพานคอนกรีตยาวเหยียด ยามมองออกไปนอกหน้าต่างจะเห็นเพียงผืนน้ำสีครามจรดขอบฟ้า ราวกับว่ารถไฟกำลังลอยล่องอยู่กลางทะเลสาบอย่างไรอย่างนั้น นอกจากวิวสุดอลังการแล้ว ทริปนี้ยังพาคุณย้อนเวลาไปสัมผัสวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ที่สถานีโคกสลุง ชมสถานีไม้โบราณและเลือกซื้อของฝากท้องถิ่นกันอีกด้วย

4.เส้นทางกรุงเทพ – หนองคาย
เส้นทางรถไฟสายโรแมนติกและวัฒนธรรม “กรุงเทพ – หนองคาย” มุ่งหน้าสู่ความสโลว์ไลฟ์ริมฝั่งโขง ตลอดสองข้างทางคุณจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่แปรเปลี่ยนไป จากตึกสูงระฟ้าสู่ทุ่งนาเขียวขจีอันกว้างใหญ่ของภาคอีสาน ผ่านจังหวัดสำคัญอย่างอยุธยา โคราช ขอนแก่น และอุดรธานี ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางที่เมืองชายแดนสุดน่ารักอย่างหนองคาย หากเลือกเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนปรับอากาศรุ่นใหม่ (CNR) ในยามค่ำคืน คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การนอนพักผ่อนอย่างสะดวกสบาย เมื่อลงจากรถไฟก็พร้อมออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ เดินเล่นริมโขง ชิมอาหารญวน แวะถ่ายรูปที่ตลาดท่าเสด็จได้แบบจุใจกันเลย

5.เส้นทางกรุงเทพ-จุกเสม็ด
เส้นทางนำเที่ยวสุดอันซีนที่จะพาคุณล่องใต้สู่ปลายทางอู่ตะเภาและสัตหีบ ดินแดนแห่งฐานทัพเรือและชายหาดสีคราม ทริปนี้จะพาคุณผ่านสถานีสำคัญอย่างฉะเชิงเทรา ชลบุรี พัทยา ก่อนจะตัดเข้าสู่สถานีปลายทาง “จุกเสม็ด” ซึ่งเป็นท่าเรือพาณิชย์และจุดจอดเรือหลวงจักรีนฤเบศร ความพิเศษของเส้นทางนี้คือความเงียบสงบและเป็นธรรมชาติ ยามขบวนรถแล่นผ่านทิวสนและป่าชายเลน ทันทีที่ลงรถไฟ คุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายทะเลอันบริสุทธิ์ของสัตหีบ สามารถเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจริมหาดนางรำ หาดนางรอง หรือเข้าชมความยิ่งใหญ่ของเรือหลวงได้อย่างง่ายดาย เป็นอีกหนึ่งเส้นนั่งรถไฟเที่ยว ที่บอกเลยว่าไม่ควรพลาด

6.เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่
เตรียมกล้องให้พร้อมแล้วโดดขึ้นขบวน “กรุงเทพ – เชียงใหม่” เส้นทางรถไฟสายโรแมนติกขวัญใจมหาชนที่ฮิตตลอดกาล แนะนำให้ตีตั๋วนอนขบวนใหม่ “อุตราวิถี” ตกเย็นสั่งอาหารมาหม่ำ พอดึกก็นอนซุกผ้าห่มฟินๆ ให้เสียงรถไฟกล่อม ตื่นเช้ามาปุ๊บจะเจอไฮไลท์เด็ดอย่างการมุด อุโมงค์ขุนตาน ที่ยาวที่สุดในไทย และแชะภาพสะพานโค้งสีขาวละมุนที่ สะพานขาวทาชมภู ท่ามกลางทะเลหมอกและป่าเขาเขียวขจี พอถึงสถานีเชียงใหม่ปุ๊บ ไอเย็นก็พุ่งเข้าปะทะหน้า พร้อมให้คุณโดดขึ้นรถแดงไปเช็กอินกินข้าวซอยลำๆ เดินเล่นคาเฟ่สุดชิคแถวนิมมาน หรือจะขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพต่อก็ฟินเวอร์ เป็นทริปเดินทางยาวๆ ที่สนุกที่สุด

7.เส้นทางกรุงเทพ – หาดใหญ่
ล่องใต้ไปใต้สุดแดนสยามกับ “เส้นทางกรุงเทพ – หาดใหญ่” แม้จะเดินทางไกลหน่อย แต่บอกเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอน แนะนำให้เลือกจองตู้นอนปรับอากาศขบวนใหม่ “ทักษิณารัถย์” ที่เบาะนุ่ม แอร์เย็นฉ่ำ และสะอาดสะอ้าน ยามค่ำคืนก็นอนพักผ่อนรับแรงกระแทกเบาๆ พอรุ่งเช้าตื่นมาปุ๊บ คุณจะได้พบกับไฮไลท์เด็ดคือวิวทุ่งนาและทิวต้นตาลโตนดนับหมื่นต้นของพัทลุง พร้อมภาพแสงอาทิตย์สะท้อนผืนน้ำกว้างใหญ่ของทะเลน้อยที่สวยจนต้องร้องว้าว! ที่สนุกที่สุดคือ “มหกรรมเสาะหาของกิน” ตามสถานีรายทาง ไม่ว่าจะเป็น ก๋วยเตี๋ยวแห้งห่อใบตองราชบุรี, ข้าวผัดรถไฟในตำนาน และไก่ทอดหอมๆ แถมมีที่เที่ยวเพียบ เช็กลิสต์มาให้ดีแล้วไปลุยกันเลย

8.เส้นทางกรุงเทพ-ฉะเชิงเทรา
หนีความเร่งรีบไปสโลว์ไลฟ์ นั่งรถไฟเที่ยว วันเดียวจบกับ “เส้นทางกรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา” ทริปนั่งรถไฟสายสั้นใกล้กรุงที่ใช้เวลาเดินทางแค่ชั่วโมงนิดๆ เหมาะสำหรับสายบุญและสายกินอย่างยิ่ง! เมื่อถึงสถานีแปดริ้ว ปักหมุดแลนด์มาร์กแรกที่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อกราบสักการะ “หลวงพ่อโสธร” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองในพระอุโบสถหินอ่อนสุดอลังการ จากนั้นนั่งรถสองแถวไปอิ่มอร่อยที่ ตลาดบ้านใหม่ ตลาดไม้โบราณริมน้ำร้อยปี แหล่งรวมของกินพื้นบ้านอย่างก๋วยเตี๋ยวปากหม้อและขนมไทยโบราณ ท่ามกลางบรรยากาศวินเทจ แล้วไปปิดท้ายทริปที่ วัดสมานรัตนาราม ขอพรโชคลาภกับ “พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข” บอกเลยว่าโดนใจชัวร์

9.เส้นทางกรุงเทพ-สุพรรณบุรี
เปลี่ยนวันหยุดธรรมดาให้เป็นทริปย้อนวันวานสุดคลาสสิกกับ “เส้นทางกรุงเทพ – สุพรรณบุรี” เส้นทางรถไฟสายอันซีนที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ เหมาะสำหรับสายเที่ยวสโลว์ไลฟ์และคนรักประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง เมื่อขบวนรถจอดเทียบชานชาลาเมืองขุนแผน พิกัดแรกที่ต้องพุ่งตัวไปคือ อุทยานมังกรสวรรค์และศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตื่นตาตื่นใจกับสถาปัตยกรรมมังกรยักษ์ทองคำตัวโตที่ตั้งตระหง่าน พร้อมเดินเล่นถ่ายรูปฟีลเมืองจีนโบราณในหมู่บ้านมังกรสวรรค์ จากนั้นไปเดินช้อปของกินให้พุงกางที่ ตลาดเก้าห้อง ตลาดไม้โบราณริมแม่น้ำท่าจีนที่มีอายุนับร้อยปี ชม “หอดูโจร” ในตำนาน และชิมขนมเปี๊ยะสูตรดั้งเดิมสุดอร่อย ปิดท้ายทริปด้วยการไปกราบ หลวงพ่อโต เป็นทริปสั้นๆ ที่เที่ยวสนุกและได้สัมผัสเสน่ห์เมืองสุพรรณแบบเต็มอิ่ม

10.เส้นทางกรุงเทพ-ลพบุรี
ย้อนเวลาไปท่องอาณาจักรละโว้กับ “เส้นทางกรุงเทพ – ลพบุรี” ทริปนั่งรถไฟชิลๆ เพียง 2 ชั่วโมงนิดๆ ที่จะพาคุณไปเช็กอินเมืองประวัติศาสตร์สุดคลาสสิก แหล่งรวมโบราณสถานและความน่ารักของเจ้าถิ่นขนฟู ทันทีที่ก้าวลงจากสถานีรถไฟลพบุรี คุณจะพบกับ พระปรางค์สามยอด โบราณสถานยุคขอมบานเย็นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เดินไปอีกนิดจะเจอ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ วังเก่าสุดอลังการของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่มีสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตกให้เดินถ่ายรูปพอร์ตเทรตสวยๆ และที่ขาดไม่ได้คือการทักทาย “แก๊งลิงเจ้าถิ่น” รอบเมืองที่สร้างสีสันให้ทริปนี้ไม่มีเบื่อ ก่อนกลับอย่าลืมแวะคาเฟ่ชิคๆ ในตึกเก่าและชิมไข่เค็มดินสอพองของฝากขึ้นชื่อกันด้วย
สรุป นั่งรถไฟเที่ยวสุดเพลิน บอกเลยว่าโดนใจชัวร์
น่าสนใจมากเลยใช่ไหมล่ะ สำหรับเส้นทางนั่งรถไฟเที่ยวที่เรานำมาแนะนำ อยากเที่ยวที่ไหนก็จดเช็กลิสต์ไว้ แล้ววางแพลนไปเที่ยวกันได้เลย ซึ่งอาจจะไปเที่ยวคนเดียว เที่ยวกับกลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวก็ได้ คิดซะว่าไปพักผ่อนหย่อนใจบ้าง ทำงานหนักมาเยอะแล้ว ให้ร่างกายและจิตใจได้รีแลกซ์บ้างจะดีกว่า





