ที่เที่ยวบึงกาฬ ที่หลายคนคุ้นหูกันดีคงจะหนีไม่พ้นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับพญานาค “ถ้ำนาคา” ยังคงเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคนไทยที่ต้องการไปกราบไหว้พ่อปู่ศรีสุทโธแห่งวังนาคา แต่นอกจากถ้ำนาคาแล้ว บึงกาฬยังเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งลุ่มน้ำโขง ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมซ่อนอยู่อีกมากมาย
แน่นอนว่าบทความนี้เราอยากชวนเพื่อน ๆ ชาว painaikandee นั่งเครื่องขึ้นไปเที่ยวบึงกาฬ เมืองล้านวัฒนธรรม จะมีที่ไหนบ้าง เราไปดูพร้อมกันเลย
10. ถ้ำนาคา
ถ้ำนาคา ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดของจังหวัดบึงกาฬ ชื่อเสียงของถ้ำนาคาโด่งดังทั้งในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติที่เชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และการมีตัวตนอยู่จริงของพญานาค
สำหรับถ้ำนาคานั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อกันระหว่างจังหวัดบึงกาฬและนครพนม ความโดดเด่นของถ้ำนาคาคือ หินที่มีลักษณะคดเคี้ยวคล้ายงูยักษ์หรือพญานาคกำลังนอนขดตัวอย่างเงียบสงบ

ชาวบ้านมีความเชื่อที่เล่าขานกันเกี่ยวกับ “เจ้าปู่อือลือ” ราชาผู้ถูกสาปให้กลายเป็นพญานาค และถูกจองจำไว้ ณ สถานที่แห่งนี้เป็นเวลาช้านาน ถ้ำนาคาจึงกลายเป็น บึงกาฬ ที่เที่ยว ที่ดึงดูดผู้ที่เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของพญานาค ต้องการมากราบไว้บูชา ขอพรจากปู่อือลือ ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเนืองแน่น
พิกัด : ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
9. น้ำตกตาดกินรี
น้ำตกตาดกินรี ที่เที่ยวบึงกาฬ แนวธรรมชาติที่คนท้องที่รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี น้ำตกตาดกินรีเป็นน้ำตกธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาเดียวกับถ้ำนาคา น้ำตกหินทรายสลับชั้นที่เกิดจากลำห้วยบังบาตร ลักษณะคือเป็นน้ำตกไหลงลงไปตามลานหินทรายขนาดใหญ่ของภูลังกา ลดหลั่นลงมาตามแนวหิน
ไฮไลท์ของที่นี่คือ บริเวณชั้นบนสุดของตัวน้ำตก หินจะมีลักษณะโค้งมนคล้ายกับฝูงปลาโลมากำลังแหวกว่ายน้ำ จุดนี้จึงเป็น Unseen ที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

สำหรับนักตกตาดกินรี จัดว่าเป็นสถานที่ เที่ยว บึงกาฬ ที่เต็มไปด้วยกิจกรรม นักท่องเที่ยวนิยมพากันมาเล่นน้ำตก พักผ่อน ถ่ายรูปธรรมชาติ เดินป่าระยะสั้น อีกทั้งยังเป็นพื้นที่แห่งความสงบที่เชื่อมโยงกับความศักดิ์สิทธิ์ของภูลังกาอีกด้วย
พิกัด : หมู่ที่ 5 บ้านตาดไฮ ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
8. น้ำตกถ้ำพระ
น้ำตกถ้ำพระ เปรียบเสมือนสวรรค์แห่งวันหยุดสำหรับครอบครัว เพราะที่นี่คือลานกิจกรรมทางน้ำที่มีชื่อเสียงมากสุดในจังหวัดบึงกาฬ ไฮไลท์ของที่นี่คือสไลเดอร์ธรรมชาติที่เกิดจากเส้นทางไหลของน้ำตกที่ไหลผ่านร่องหินธรรมชาติที่ผ่านการกัดเซาะมาเป็นเวลานานนับล้านปี จนดูคล้ายกับว่าเป็นกระดานลื่นตามธรรมชาติ

บึงกาฬ ที่เที่ยว น้ำตกถ้ำพระแบ่งออกเป็น 3 ชั้น โดยชั้นที่ 1 จะเป็นลานประดิษฐานพระพุทธรูป นักท่องเที่ยวนิยมแวะไปกราบไหว้บูชาพระพุทธรูป บริเวณชั้น 3 หัวน้ำตก จะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นสายน้ำไหลตกลงมาจากหินผาสูงชัน ในส่วนของลานสไลเดอร์ที่คนนิยมไปทำกิจกรรมทางน้ำจะอยู่บริเวณชั้น 2
พิกัด : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว ต.โสกก่าม อ.เซกา จ.บึงกาฬ
7. ป่านันทนาการหินสามวาฬ
ป่านันทนาการหินสามวาฬ พื้นที่ป่าที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบ ป่าภูสิงห์ และป่าดงชมพู ความน่าสนใจอยู่ที่หิน 3 ก้อนที่มีอายุนับล้านปีตั้งตัวทอดยาวเรียงกัน ดูคล้ายกับครอบครัวปลาวาฬ จึงเป็นที่มาของชื่อ “หินสามวาฬ”
หินสามวาฬ ที่เที่ยวบึงกาฬ ที่มีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายที่มีอายุกว่า 75 ล้านปี เกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกและการกัดเซาะขนาดใหญ่ บริเวณภูเขาหิน 3 ลูกจึงกลายเป็นแลนด์มาร์คที่สวยงาม นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยสุดในจังหวัดบึงกาฬ อีกทั้งยังมีจุดที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขงได้แบบ 180 องศา
พิกัด : เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ
6. ศาลปู่อือลือนาคราช
ศาลปู่อือลือนาคราช บึงกาฬ ที่เที่ยว จุดหมายปลายทางหลักของผู้ที่มีความศรัทธาต่อปู่อือลือ ตามตำนานเล่าขานจากถ้ำนาคาที่อยู่คู่ความเชื่อชาวบึงกาฬมาช้านาน ศาลแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ที่ศรัทธา โดยตั้งใจสร้างเพื่ออุทิศถึงปู่อือลือ
ศาลปู่อือลือตั้งอยู่บริเวณริมบึงโขงหลง ภายในประดิษฐานรูปปั้นปู่อือลือนาคราช นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวถ้ำนาคามักเดินทางต่อเพื่อกราบไหว้ปู่อือลือที่ศาลแห่งนี้ เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางหลักของเหล่าสายมูที่มีความเชื่อว่าท่านจะประทานความสำเร็จในสิ่งที่คิดฝัน ขอพรโชคลาภ ความรัก ชื่อเสียง เงินทอง เพราะเชื่อว่าปู่อือลือจะเปิดทางทรัพย์
พิกัด : ริมบึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
5. บึงโขงหลงและเกาะดอนแก้ว
เมื่อพูดถึงศาลปู่อือลือที่ตั้งอยู่บริเวณริมบึงโขงหลงกันไปแล้ว อีกหนึ่ง ที่เที่ยวบึงกาฬ ที่อยู่ละแวกเดียวกันอย่าง “บึงโขงหลง” ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่หากคุณมีโอกาสไปเยือน แนะนำว่าควรแวะสักครั้ง
บึงโขงหลง ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 11,000 ไร่ ที่นี่ได้รับประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำของโลกลำดับที่ 1,098 ด้วยความที่สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพสูง บริเวณบึงโขงหลงยังมีหาดคำสมบูรณ์ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ นักท่องเที่ยวนิยมมาแวะพักผ่อน ทำกิจกรรมทางน้ำ รับประทานอาหารกันอย่างเนืองแน่นในวันหยุด
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเช่าเรือหางยาวต่อไปยัง “เกาะดอนแก้ว” สถานที่ยอดนิยมของชาวสายมูที่มักจะนิยมไปขอพร ขอเลขเด็ดกัน
พิกัด : อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ
4. ภูสิงห์
ภูสิงห์ หรือ “ป่าภูสิงห์” สถานที่ตั้งของภูเขาหินสามวาฬที่เราได้พูดถึงกันไปในหัวข้อข้างต้น สถานที่ที่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดของจังหวัดบึงกาฬ นอกจากหินสามวานที่เป็นสถานที่ยอดฮิตที่ห้ามพลาดแล้ว ภายในป่าภูสิงห์ยังมีหินหัวช้าง หินขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างเหมือนหัวช้างเอราวัณ จุดชมวิวถ้ำฤาษีที่สมารถมองเห็นทัศนียภาพป่าและแม่น้ำโขงได้ 360 องศา

การเดินทาง เที่ยว บึงกาฬ ที่ภูสิงห์นั้นอยู่ห่างจากตัวเมืองบึงกาฬประมาณ 24 กิโลเมตร การเดินทางขึ้นไปด้านบนภูเขาค่อนข้างยากลำบาก เส้นทางส่วนใหญ่เป็นดินลูกรัง สูงชัน และขรุขระ จำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น
พิกัด : เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ
3. วัดสว่างอารมณ์ (วัดถ้ำศรีธน)
วัดสว่างอารมณ์ หรือ วัดถ้ำศรีธน เป็นวัดป่าสายปฏิบัติธรรม แต่ก่อนเป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐาน ครั้งนึงในอดีตเกจิอาจารย์สายพระอาจารย์มั่น ภูริ ทัตโต เคยมาปักกลดบริเวณนี้
ปัจจุบันวัดสว่างอารมณ์ กลายเป็น ที่เที่ยวบึงกาฬ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชม แวะกราบไว้พระประธานในอุโบสถ และพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำ อีกหนึ่งแลนด์มาร์ค Unseen คือบริเวณถ้ำศรีธน เพิงหินธรรมชาติที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ไว้กราบไว้บูชา
นอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับมูเตลูแล้ว วัดสว่างอารมณ์ยังมีสถานที่ทางธรรมชาติอย่างเช่น “จุดชมวิวพลาญหิน” ซึ่งจะต้องเดินลัดเลาะขึ้นไปตามป่าเขาด้านบนสุด จะสามารถมองเห็นวิวผืนป่าด้านล่าง และพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านรอบทิศ
พิกัด : ตำบลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ
2. น้ำตกเจ็ดสี
อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่น “น้ำตกเจ็ดสี” ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เที่ยว บึงกาฬ อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 80 กิโลเมตร ที่นี่คือน้ำตกที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาหินทรายของป่าภูวัว ไหลผ่านหินผาชันทิ้งตัวตกลงมาบริเวณ “ผลาญหิน” นอกจากทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่นแล้ว ยังมีพื้นที่สำหรับเล่นกิจกรรมทางน้ำ มีแอ่งน้ำเล็ก-ใหญ่สลับไปมา

เหตุที่ชื่อ “น้ำตกเจ็ดสี” มาจากช่วงเวลาการเกิดสายรุ้งตามธรรมชาติบริเวณน้ำตก สายรุ้ง 7 สีพาดผ่านม่านน้ำตกยาว เป็นภาพสวยงามหายาก
พิกัด : บ้านตง อำเภอเซกา บึงกาฬ
1. วัดภูทอก
แน่นอนว่าอันดับ 1 คงจะไม่มีใครไม่รู้จักกับ “วัดภูทอก” บึงกาฬ ที่เที่ยว ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่สายมูจะต้องเดินทางไปกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูทอก
จุดเด่นของวัดภูทอก คือวัดป่าสายปฏิบัติที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงชัน การเดินทางเข้าไปจะต้องเดินผ่านสะพานไม้ที่ทอดยาวเลียบขอบภูเขา นับว่าเป็นการเดินทางที่ทั้งท้าทายและหวาดเสียว บริเวณรอบรายล้อมไปด้วยป่าไม้อุดมสมบูรณ์ การเดินทางขึ้นไปด้านบน จะต้องเดินไปถึง 7 ชั้นด้วยบันไดไม้ที่ตัดผ่านป่าดิงดิบที่มีเรื่องเล่าในตำนานอันลี้ลับ บริเวณชั้น 5 เป็นที่ประดิษฐาน “พุทธวิหาร” ตั้งเด่นอยู่ริมหน้าผาสูงชัน

พิกัด : บ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ
สรุป เที่ยวบึงกาฬ รวมที่เที่ยวสายมู ที่เที่ยวธรรมชาติครบจบ
บึงกาฬ อาจจะเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่เพิ่งแยกตัวมาได้ไม่นาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้จะเต็มไปด้วยความสวยงามและเอกลักษณ์อันโดดเด่น เที่ยว บึงกาฬ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของสายมูผู้ที่มีความรัก ความศรัทธา ตลอดจนคนที่รักในความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ที่เที่ยวบึงกาฬ คือจุดศูนย์กลางที่รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว หากใครมีแพลนอยากไปเที่ยวบึงกาฬ อย่าพลาดแวะเที่ยวชมที่เที่ยวที่เราแนะนำกันดูน้า





