SkyFlyers แลนด์มาร์คเปิดตัวใหม่เอเชียทีค ดื่มด่ำประสบการณ์แสนโรแมนติก พร้อมตื่นเต้นเร้าใจไปกับเครื่องเล่น Giant Swing ที่สูงสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่จะพาทุกท่านมองเห็นทุกมุมของเมืองหลวง 360 องศา ภายใต้แรงบันดาลใจไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบ จะตื่นเต้นท้าทาย และมีอะไรน่าสนใจแค่ไหน วันนี้ painaikandee จะพาทุกคนสนุกสุดเหวี่ยงไปพร้อมกัน
SkyFlyers ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ได้แรงบันดาลมาจากไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่
เครื่องเล่นประเภท Giant Swing แลนด์มาร์คใหม่ล่าสุดของทางเอเชียทีค นับว่าเป็น Giant Swing ที่สูงสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก เครื่องเล่นนี้อยู่ภายใต้โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ (Asiatique The Riverfront) กรุงเทพฯ
ภายใต้การก่อตั้งของบริษัท แอสเสท คอร์ป จำกัด (มหาชน) โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์บินได้สายพันธุ์ใหม่ของไทยชื่อว่า “ครุฑาปเทอรัส” การออกแบบเครื่องเล่นที่ส่งตัวคนขึ้นไปบนจุดสูงสุด แล้วเหวี่ยง 360 องศา ราวกับกำลังบินอยู่เหนือท้องฟ้า มองเห็นภาพเบื้องหน้ากว้างไกลรอบทิศ มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและกรุงเทพฯ แบบพาโนรามา มอบประสบการณ์แสนเร้าใจ และเพลิดเพลินกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ความสนุกสนานเพลิดเพลินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยระดับสากล AWC โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ตัวเครื่องถูกออกแบบโดยบริษัท Funtime จากประเทศออสเตรีย ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Wings of Garudapterus หรือ “ปีกแห่งครุฑาปเทอรัส” ซึ่งเป็นไดโนเสาร์บินได้ที่ถูกค้นพบใหม่ของจังหวัดนครราชสีมา
สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งดึงดูดความสนใจทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสความท้าทายรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ผู้ที่รักในความตื่นเต้น ตลอดจนเรียนรู้ความบันเทิงด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ไดโนเสาร์ ในขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถดื่มด่ำกับกิจกรรมผ่อนคลายยามเย็นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทานอาหาร ล่องเรือ ถ่ายภาพแสงสุดท้ายของวันได้อย่างงดงาม
ประสบการณ์สุดตื่นเต้นกับเครื่องเล่นและกิจกรรม
พบกับโซนเครื่องเล่น SkyFlyers สุดตื่นตาตื่นใจ เมื่อคุณนั่งบนเก้าอี้คู่ที่แขวนด้วยโซ่เหล็ก ตัวเครื่องจะพาคุณทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วเหวี่ยงรอบแกนเสาด้วยความสูงถึง 135 เมตร คุณจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แม่น้ำเจ้าพระยาและวิวกรุงเทพมหานครแบบพาโนรามา 360 องศา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ครุฑาปเทอรัส” ไดโนเสาร์พันธุ์บนได้ของไทย นับว่าเป็นเครื่องเล่นแบบ Star Flyer ที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก
นอกจากเครื่องเล่นที่เป็นไฮไลท์หลักของเอเชียทีคแล้ว ที่นี่ยังมีพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมอย่างอื่นอีกมากมาย โดยพื้นที่การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ หนึ่งในไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ โรงเพาะพันธุ์ Garudapterus Hatchery แหล่งศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับไข่ไดโนเสาร์และการกำเนิดไดโนเสาร์ โซนนิทรรศการฟอสซิล พื้นที่จัดแสดงโครงกระดูกจำลอง และข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ไทย
นอกจากโซนการเรียนรู้แล้ว ที่นี่ยังมีจุดเช็คอินที่เขาจัดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เช่น ต้นไม้ที่ตกแต่งด้วยไฟสีสันแปลกตา การจำลองที่อยู่อาศัยของไดโนเสาร์ยุคดึกดำบรรพ์ และห้ามพลาดที่จะแวะชมนิทรรศการไดโนเสาร์ระดับโลก Jurassic World: The Experience พื้นที่จำลองที่คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการมีอยู่ของไดโนเสาร์ทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ มีร้านอาหาร คาเฟ่ และโซนพักผ่อนรอต้อนรับนนักท่องเที่ยวทุกมุม
ข้อควรรู้ก่อนมาเยือน
ก่อนที่จะไปเที่ยว SkyFlyers แนะนำให้เพื่อน ๆ ทำการบ้านศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ซึ่งทางเราได้ทำการหาข้อมูล และสรุปคำแนะนำสำคัญที่ควรรู้ไว้ก่อนเข้าไป
- น้ำหนักและส่วนสูง: ก่อนอื่นเขามีกำหนดว่าผู้เล่นจะต้องมีความสูง 120 เซนติเมตรขึ้นไป หากเด็กสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร จำเป็นต้องมีผู้ปกครองไปด้วย ประการต่อมา เครื่องเล่นรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 120 – 130 กิโลกรัม / ที่นั่ง เพื่อความปลอดภัยของระบบล็อค
- สิ่งของ: กฎของที่นี่คือ ไม่อนุญาตให้นำสิ่งของขึ้นเครื่อง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ แว่นตากันแดด กระเป๋าขนาดเล็ก และกล้องถ่ายรูป ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ นักท่องเที่ยวจะต้องฝากไว้ในล็อคเกอร์ที่เขาจัดไว้ให้
- การแต่งกาย: การแต่งกายแนะนำว่าควรสวมกางเกงที่กระชับ รองเท้าหุ้มส้น หลีกเลี่ยงการใส่กระโปรงสั้นหรือผ้าที่ปลิวง่าย รวมถึงรองเท้าแตะ
- สภาพอากาศ: มีข้อกำหนดว่าหากวันไหนที่มีฝนตกหรือลมแรง เครื่องเล่นจะหยุดให้บริการ เนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ดังนั้น หากไม่อยากไปเสียเที่ยว แนะนำให้เช็คพยากรณอากาศก่อนไปจะดีกว่า
- ข้อควรระวัง: เรื่องที่ต้องระวังคือ การรับประทานอาหารหนักเกินไป เนื่องด้วยเครื่องเล่นอยู่ที่สูง และมีแรงเหวี่ยงมหาศาล หากรับประทานอาหารหนักเกินไป อาจเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ รวมถึงอาการเวียนหัวที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แนะนำว่าควรทานยาแก้เวียนหัวก่อนขึ้นจะปลอดภัยกว่า
วิธีการจองตั๋ว
แนะนำว่าก่อนจะไปให้จองตั๋วออนไลน์ จะได้ราคาถูกกว่า ราคาบัตรมี 2 ประเภท ดังนี้
- บัตรรายบุคคล (Single Ride) ราคา 320 บาท/คน
- บัตรแพ็คเกจคอมโบ (Soar & Roar Combo Pass) ราคาเริ่มต้น 999 บาท
วิธีการจองตั๋วสามารถจองได้ผ่านช่องทาง GlobalTix พาร์ทเนอร์ของ SkyFlyers ส่วนช่องทางที่ 2 จองผ่านแอปพลิเคชัน Klook , Traveloka และ Ticket 2 Attraction มีขั้นตอน ดังนี้
- เลือกวันที่และรอบเวลา
- ชำระเงินค่าตั๋ว
- รับ QR Code ทางอีเมลของท่าน
- นำอีเมลที่แสดงหลักฐานการจองไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์
นอกจากจองผ่านช่องทางออนไลน์แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถซื้อตั๋วแบบ Walk-in หน้าเคาน์เตอร์ได้เช่นกัน
- SkyFlyers แลนด์มาร์คแห่งใหม่ พบเครื่องเล่นลอยฟ้าสูงสุดในเอเชีย - March 9, 2026
- รีวิวอุทยานหินเขางู อัปเดตล่าสุด จากพื้นที่ถูกทิ้งร้าง สู่กุ้ยหลินเมืองไทย - March 3, 2026
- 10 ที่พักพิษณุโลก 2569 เดินทางง่าย อยู่ใจกลางเมือง อัปเดตล่าสุด - February 26, 2026





